วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2562

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๕๐๐๑ หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ๒-๒๕๖๑ (๕) สรุปผลการบันทึกข้อมูลการก่อขยะของนิสิตที่ลงทะเบียนเรียน ปีการศึกษา ๒-๒๕๖๑

ปีการศึกษา ๑-๒๕๖๑ มีนิสิตลงทะเบียนเรียนรายวิชาหนึ่งหลักสูตรกว่า ๗,๐๐๐ คน เรา (GE) ได้ขับเคลื่อนการปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการ กำหนดให้นิสิตทุกคนที่ลงทะเบียนฯ สังเกตและบันทึกปริมาณการก่อขยะของตนเอง แล้วกรอกข้อมูลลงในระบบบริหารจัดการขยะ (ผมเขียนไว้ที่นี่) บันทึก ขอสรุปภาพรวมเชิงตัวเลขของปริมาณการก่อขยะทั้งหมดที่นิสิตกรอกลงในระบบ ดังตารางด้านล่าง


ข้อสังเกตที่น่าสนใจ

  • ถ้าพิจารณาเฉพาะวัสดุรีไซเคิล (พลาสติกและกระดาษเป็นหลัก) หากสามารถรวบรวมและนำไปขายได้ จะมีรายได้ในส่วนนี้ ไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท  หากอ้างอิงตามราคารับซื้อของร้านวงษ์พาณิชย์ (ดาวน์โหลดที่นี่) ... หากสามารถรวบรวมไปขายได้จริงจะสามารถสร้างเป็นเงินกองทุนการศึกษา หรือนำมาจัดการบริหารเป็นค่าจ้างคนรวบรวม เป็นรายได้ระหว่างเรียนได้เลย โครงการธนาคารขยะอาจจะมีโอกาสเป็นไปได้ 
  • ขยะทั่วไปมีน้ำหนัก ๖๐ ตัน คิดเป็น ๒ เท่าของวัสดุอินทรีย์ซึ่งมีประมาณ ๓๐ ตัน (ประมาณ ๑ ลิตรเท่ากับ ๑ กิโลกรัม) ... สอดคล้องกับความจริงของชีวิตนิสิตนักศึกษา ที่อาศัยร้านอาหารมากกว่าทำอาหารกินเอง 
  • ขยะอันตรายและขยะติดเชื้อ มีจำนวนมาก เท่าที่ทราบยังไม่มีกระบวนการจัดเก็บและจัดการที่ชัดเจน ... น่าเป็นห่วงมาก 
จากข้อมูลนี้ โครงการที่น่าจะทำต่อไป คือการนำเอาประสบการณ์แห่งความสำเร็จของโรงเรียนมัธยมศึกษามาต่อยอดคือ โครงการธนาคารขยะ หรือศูนย์บริหารจัดการขยะ ฯลฯ

การดำเนินการระบบบริหารจัดการขยะภาคเรียนนี้  มีปัญหาการประสานงานและการสื่อสารพอสมควร มีนิสิตจำนวนมาก (และอาจารย์จำนวนไม่น้อย) ที่ไม่ได้สื่อสารไปยังนิสิต อย่างไรก็ดี ก็มีนิสิตมากกว่า ร้อยละ ๗๐ เข้าร่วมกับกิจกรรมครั้งนี้  ปีการศึกษาถัดไปต้องดีกว่านี้  ขอบันทึกข้อมูลไว้เพื่อการเปรียบเทียบดังตารางด้านล่าง 


ข้อสังเกตที่น่าสนใจ

  • คณะเทคโนโลยี คณะพยายบาล คณะเภสัชศาสตร์ เหล่านี้ มีจำนวนนิสิตจำนวนสูงกว่าร้อยละ ๙๐ เข้าร่วม  ผมสังเกตว่าเป็นเพราะอาจารย์ผู้สอนท่านสนใจและเห็นด้วยกับการขับเคลื่อนนี้  
  • สำหรับนิสิตคณะเทคโนโลยี ผมได้มีโอกาสเป็นผู้สอนและได้ประสานด้วยตัวเองผ่านระบบ Line Square 
เราจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไปต่อเนื่องสัก ๓ ปี มีผลดี ได้ผล หรือไม่อย่างไร จะนำมาแลกเปลี่ยนเป็นระยะครับ  ขอจบด้วยตัวอย่างภาพการจัดการขยะของนิสิตในภาคเรียนที่แล้วที่อยู่ในระบบ





วันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2562

ร่วมด้วยช่วยพัฒนาชุมชนต้นแบบ (๔) : เทศบาลตำบลท่าขอนยาง: (๔) การบริหารจัดการขยะ_๐๖: นิสิตสถาปัตย์ฯ คืนข้อมูลสู่ชุมชนและรับฟังความเห็น

วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒  มีโอกาสไปร่วมชมนิทรรศการและการนำเสนอผลงานคืนสู่ชุมชน ของนิสิตคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งจัดโดยเทศบาลตำบลท่าขอนยาง ณ บริเวณตลาดทางโค้งท่าขอนยาง ... เป้าหมายคือประชาชนคนที่เดินไปมา ได้รับทราบถึงความจริงจังในการดำเนินการเรื่องการจัดการขยะของเทศบาลฯ และนิสิตและอาจารย์เจ้าของผลงาน ได้รับผลสะท้อนเพื่อปรับปรุงแบบชิ้นงาน เพื่อนำไปเสนอสานต่อการแก้ปัญหาต่อไป

ท่านนายกเทศมนตรีตำบลท่าขอนยาง และทีมงานคีย์แมนของท่านไปร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง มีคณบดีคณะสถาปัตย์ อาจารย์นักวิจัยทั้งสองท่าน นิสิตเจ้าของผลงาน มีตัวแทนชุมชนและคนจากสื่อมวลชนมาทำข่าว












ผมพิจารณาว่า งานนี้ทุกท่านต้องการที่จะสื่อสารกับสาธารณะอยู่แล้ว จึงขอบันไลฟ์เฟสของตนเอง อีกเหตุผลหนึ่งคือ ต้องการจะประหยัดแมมมอรี่มือถือด้วย

ขอนำมาวางไว้ในบันทึกนี้อีกทีเพื่อการสืบค้นในภายหน้า



สรุปสั้นว่า นี่คืออีกก้าวหนึ่งของการขับเคลื่อนร่วมกัน ช่วยกันด้วยใจ จริงใจ ค่อย ๆ ไป ตามจังหวะ โอกาส และบทบาท ที่มี 

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2562

ร่วมด้วยช่วยพัฒนาชุมชนต้นแบบ (๓) : เทศบาลตำบลท่าขอนยาง: (๓) การบริหารจัดการขยะ_๐๕: ผลการสำรวจปริมาณการก่อขยะ

วันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๒ (ว่าที่) คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะของเทศบาลตำบลท่าขอนยาง มาประชุมกันตามแผนที่ได้นัดหมายไว้ (ตามบันทึกที่แล้ว)

ท่านนายกเทศมนตรีฯ ลงมาเป็นประธานที่ประชุมขับเคลื่อนด้วยตนเองอีกเช่นเดิมครับ ผอ.สุดา ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข และดร.ศศิธร รองปลัดเทศบาล เป็นฝ่ายเลขาฯ  มีทีมอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ดร.ธนายุทธ อ.เมทินี และ อ.ประสิทธิ์   วาระที่สำคัญคือ  การชี้แจงผลการสำรวจเบื้องต้น และการร่วมกันออกแบบและวางแผนกิจกรรมกระบวนการต่อไป



ผลการสำรวจปริมาณการก่อขยะ

บริเวณพื้นที่ที่สำรวจคือ  Zone 3  รอบบริเวณถนนเส้นหน้าป้ายมหาวิทยาลัยฝั่ง บ.ดอนยม  (ดูภาพ) ผู้เก็บข้อมูลเป็นนิสิต กลุ่มการเรียนที่ ๑, ๓, และ ๔ ของรายวิชาภาวะผู้นำ ประจำปีการศึกษา ๒-๒๕๖๑  ด้วยแบบสอบถามที่จัดทำโดยทีมนักวิจัยจากคณะสถาปัตย์ฯ  โดยการสัมภาษร์แบบเคาะประตูบ้าน ... ตามที่ได้เล่าไว้ในบันทึกที่ผ่านมา


รายละเอียดของผลการทดสอบ น่าจะถูกตีพิมพ์เผยแพร่ต่อไปโดยทีมนักวิจัยจากคณะสถาปัตย์ฯ  บันทึกนี้ขอเอามาเล่าบอกไว้เฉพาะส่วนเด่น ๆ ของข้อมูลที่เราพบ ดังนี้

  • มีผู้ให้ข้อมูลทั้งหมด 405 แบบสอบถาม  หมายถึง มีเจ้าของที่อยู่อาศัย กิจการ ร้านค้า  หอพัก ฯลฯ จำนวน 405  หน่วยในการก่อขยะ ....  (หอพัก ๑ แห่ง สำรวจด้วยแบบสอบถาม ๑ ฉบับ)
  • ในจำนวน 405 หน่วยนี้  แบ่งเป็นประเภทได้ดังนี้ 
    • บ้านพักอาศัย 88 หลัง (ไม่รวมบ้านจัดสรร)
    • อาคารพาณิชย์ 84 หลัง
    • บ้านเช่า 72  หลัง
    • บ้านจัดสรร 61 หลัง
    • โรงแรม 4 แห่ง รวมทั้งหมด 384 ห้อง
    • หอพัก 75 แห่ง รวมทั้งหมด 3,106 ห้อง 
    • อื่น ๆ 21 หลัง
  • ในจำนวน 405 หน่วยนี้ แยกตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้ดังนี้ 
    • ที่อยู่อาศัย 301 หน่วย  (หอพักรวมอยู่ในกลุ่มนี้)
    • ร้านสะดวกซื้อ 18 ร้าน
    • ร้านอาหาร 47 ร้าน
    • สถานบันเทิง 2 แห่ง
    • ร้านซ่อม 11 แห่ง
    • อื่น ๆ 26 หน่วย 
  • มีจำนวนผู้อยู่อาศัยโดยประมาณ 6,049 คน ในจำนวนนี้  เป็นประชากรหลัก (มีทะเบียนราษฎร์) เพียง 616  แสดงว่า เกือบ 5,400 คน เป็นประชากรแฝง ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นนิสิต 
  • ในจำนวน 405 หน่วย ไม่มีการคัดแยกขยะเลย จำนวน 226 หน่วย  ส่วนที่เหลือมีการคัดแยก แตกต่างกัน  (ยังไม่ได้แสดงรายละเอียดตามประเภทใช้ประโยชน์ และจัดกลุ่มตามระดับการคัดแยก)
  • กลุ่มที่ไม่มีการคัดแยกขยะ 226 หน่วยนั้น ทิ้งขยะวันละ 827 ถุงดำ (น่าจะขนาดมาตรฐาน 20x32 ตารางนิ้ว)
  • ในกลุ่มที่มีการคัดแยกขยะ พบปริมาณการก่อขยะ ดังนี้ 
    • แยกขยะเปียก 112 หน่วย  มีขยะ 790 กิโลกรัมต่อวัน
    • แยกขยะรีไซเคิล 133 หน่วย ก่อขยะรีไซเคิล 545 กิโลกรัมต่อวัน
    • แยกขยะทั่วไป 108 หน่วย ก่อขยะ 530 กิโลกรัมต่อวัน
    • แยกขยะอันตราย 42 หน่วย  ก่อขยะ 100 กิโลกรัมต่อวัน
    • แยกขยะติดเชื้อ 20 หน่วย  .... ไม่ระบุ...
โดยสรุป ปริมาณการก่อขยะใน Zone 3 ต่อวัน ประมาณทั้งหมด 827 ถุงดำ และ 1,964 กิโลกรัม ถ้าคิดคร่าว ๆ  ขยะหนักถุงละ ๑๐ กิโลกรัม จะรวมขยะต่อวันในโซนนี้ประมาณ ๑๐ ตัน 

การเก็บขนขยะ
  • ในจำนวน 405 หน่วยนี้   
    • รวบรวมขยะไว้ ให้รถเข้ามาเก็บขน 161 หน่วย (ต้องการทราบต่อไปว่า มีที่ใดบ้าง)
    • ขนไปทิ้งตามจุดที่ทิ้งขยะ 228 หน่วย 
    • อื่น ๆ 16 หน่วย 
  • 172 หน่วย คิดเป็น 42% ต้องการให้มาเก็บขนทุกวันตามจุดที่ตนเองเอาไปวางไว้ 
  • เกือบทั้งหมด (90%) ต้องการให้เทศบาลมาเก็บช่วงเช้า 
    • 228 หน่วย หรือ 56% ต้องการให้มาเก็บช่วง 05.00 น. - 07.00 น. 
  • แต่เมื่อถามว่ ยินดีจะเสียค่าธรรมเนียมในการเก็บขนขยะหรือไม่ 
    • 327 หน่วย หรือ 81%  ตอบว่า ไม่ยินดี 
    • 78 หน่วย ที่เหลือ บอกว่า ยินดีแต่ต้องพิจารณาจัดเก็บอย่างเหมาะสม และเมื่อถามถึงค่าเฉลี่ยที่เหมาะสม ได้คำตอบที่แตกต่างกันมาก (SD 140) โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 77 บาทต่อเดือน 
แนวทางการดำเนินการต่อไป 

จากการหารือกันในที่ประชุม สรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้ 
  • จะนำข้อมูลที่มีไปวิเคราะห์แยกประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ให้ละเอียดขึ้น โดยเน้นไปที่ หอพัก ร้านอาหาร และสถานที่ที่ ก่อขยะมากที่สุด 




  • น้ำข้อมูลไป Mapping ตามความหนาแน่นของปริมาณการก่อขยะ และจุดที่พบการทิ้งขยะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบต่อไป 
  • ออกแบบ ตำแหน่ง เส้นทางการเก็บขน และถังขยะ ณ จุดพักขยะ (อาจเป็นจุดพักขยะเคลื่อนที่) ซึ่งส่วนนี้  ได้มอบหมายให้นิสิตคณะสถาปัตย์ ได้ทดลองออกแบบเบื้องต้นแล้ว 
  • นำเสนอผลงานการออกแบบ คืนข้อมูลสู่ชุมชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น  และนำไปปรับตามที่เหมาะสม  
  • นำเสนอต่อที่ประชุมสภาเทศบาลฯ เพื่อดำเนินการต่อไป 
  • ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ต่อประชาชนและเริ่มกระบวนการ  
  • ประเมินผล
เราตกลงว่า วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๒ นี้ จะมีการจัดเวทีนำเสนอผลงาน เพื่อนำข้อมูลคืนสู่ชุมชน ณ บริเวณ ตลาดทางโค้ง เทศบาลตำบลท่าขอนยาง  ....  ผมไปร่วมงานมาแล้วครับ จะมาเขียนเล่าให้ฟังในบันทึกต่อไป 



วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2562

ร่วมด้วยช่วยพัฒนาชุมชนต้นแบบ (๒) : เทศบาลตำบลท่าขอนยาง: (๒) การบริหารจัดการขยะ_๐๓: สำรวจข้อมูลปริมาณการก่อขยะ

วันที่ ๑ - ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ คือช่วงเวลาที่นิสิตกว่า ๓๐๐ คน ผู้ลงทะเบียนเรียนรายวิชา ๐๐๓๖๐๐๖ ภาวะผู้นำ ลงพื้นที่สำรวจปัญหาในชุมชนเทศบาลตำบลท่าขอนยาง เพื่อเก็บข้อมูลการก่อขยะตามแบบสอบถามที่ได้ร่วมกันพิจารณาในที่ประชุมวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่ง  ...  ขอสรุปเป้าหมาย สื่อสานวิธีการและขอบเขตในการสำรวจ และอธิบายวิธีการประเมินผลการร่วมมือของนิสิต ให้นิสิตทุกคนได้ทราบชัด ๆ และเป็นประโยชน์ต่อไปในการเรียนรู้แก้ปัญหาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและเทศบาลฯ

เป้าหมายของการสำรวจปัญหา

เป้าหมายในการลงพื้นที่สำรวจ
  • ได้ข้อมูลพื้นฐานอันเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อปริมาณขยะในพื้นที่ที่กำหนด เช่น 
    • จำนวนผู้อยู่อาศัย ทั้งประชากรหลักและประชากรแฝง
  • ได้ข้อมูลสภาพปัญหาและการบริหารจัดการขยะของแต่ละครัวเรือน
    • จำนวนของร้านค้า ร้านอาหาร หอพัก ร้านซ่อม ร้านประกอบการต่าง ๆ  ที่อาจเป็นแหล่งก่อขยะในพื้นที่ที่กำหนด 
    • สภาพปัญหาในการบริการจัดการขยะของคนในพื้นที่ที่กำหนด
  • ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อการการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะต่อเทศบาลตำบลท่าขอนยาง 
ขอบเขตของการสำรวจ (พื้นที่แรก)

ตามที่ได้วางพื้นที่ไว้ แบ่งเป็น ๓ โซน เป้าหมายครั้งนี้เป็นพื้นที่โซนที่ ๓  ดังรูป 





แบ่งเป็นพื้นที่ทั้งหมด ๒๙ พื้นที่ย่อย สำหรับนิสิตประมาณ ๓๐ กลุ่ม (บางพื้นที่ ๒ กลุ่มย่อยแบ่งกันครึ่ง ๆ) นิสิตแต่ละกลุ่มมีสมาชิกประมาณ ๘ คน  เฉลี่ยภาระงานการสำรวจคนละประมาณไม่เกิน ๑๐ หลังคาเรือน  โดยกำหนดช่วงเวลาในการลงสำรวจ ๖ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม - ๖ มีนาคม ๒๕๖๒ นี้ 

แต่ละกลุ่มย่อยจะได้รับแผนที่ภาพรวมแบบนี้ ๑ ฉบับ และแผนที่ย่อยเฉพาะพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง ๑ ฉบับ ตัวอย่างเช่นภาพด้านล่าง 



วิธีการสำรวจ

วิธีการสำรวจ เป็นการสำรวจด้วยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (constructed interview) โดยบันทึกข้อมูลลงในแบบสอบถามที่เตรียมให้ (ดูตัวอย่างแบบสอบถามที่นี่)  ดังนี้ 
  • ให้ระบุหมายเลขสิ่งปลูกสร้างลงในแผนที่  หากแผนที่เล็กเกินไป ให้วาดใส่กระดาษใหม่ ขยายขนาดใหญ่ขึ้น แล้วเขียนตัวเลขกำกับให้ชัดเจน 
    • ที่อยู่อาศัย ๑ หมายเลข ต่อ ๑ หลัง 
    • หอพัก ๑ หมายเลข ต่อ ๑ ชื่อหอพัก (ให้เขียนชื่อหอพักในแบบสอบถามด้วย) แม้จะมีหลายอาคารก็ให้เขียนเพียงหมายเลขเดียว 
    • อาคารพาณิชย์  ๑ หมายเลข ต่อ ๑ เจ้าของ หรือผู้ประกอบการ 
    • ร้านอาหาร หรือร้านค้า  ๑ หมายเลข ต่อ ๑ ชื่อ (หากมีชือร้าน ให้เติมชื่อร้านด้วย)
  • ให้เติม "รหัสแบบสอบถาม" เป็น ชื่อ พื้นที่ต่อด้วยหมายเลขบ้านที่กำหนดขึ้น โดยใช้เลขสองหลัก เช่น   
    • ถ้าเป็นพื้นที่  A5 หลังที่ 3   รหัสแบบสอบถามจะเป็น A0503
    • ถ้าเป็นพื้นที่ A10 หลังที่ 14 รหัสแบบสอบถามจะเป็น A1014
    • กรณีที่พื้นที่เดียวแบ่งเป็นสองส่วน เช่น A5.1 และ A5.2 ให้เติมจุดด้วยเลย เช่น A05.103  A05.203 ฯลฯ
    • เป็นต้น
  • การลงพื้นที่สำรวจ
    • ใส่ชุดสุภาพหรือชุดนิสิต สวมร้องเท้าผ้าใบ 
    • ให้ลงพื้นที่สำรวจช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ห้ามไปในเวลามืดค่ำ 
    • แสดงอาการที่นอบน้อม ใช้ภาษาสุภาพ ใช้ได้ทั้งภาษากลางหรือภาษาถิ่น  
    • เริ่มด้วยการแนะนำตัวเองว่า  ...เป็นนิสิตสาขาวิชา คณะอะไร กำลังเรียนวิชาอะไร  ซึ่งได้มอบหมายให้มาสำรวจปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน  เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบตำแหน่งการทำที่พักขยะชั่วคราว และกำหนดเส้นทางการเก็บขนขยะ...
    • ถามว่า หากจะรบกวนขอสัมภาษณ์เพื่อ จะพอได้ไหมครับ(คะ) หากยังไม่สะดวก ให้ถามว่า ผม(หนู) ควรจะมาช่วงเวลาใดดีครับ(คะ)  ข้อมูลที่ได้จะไม่ส่งผลต่อท่าน เป็นข้อมูลที่นำไปประกอบการออกแบบ 
    • หลังสัมภาษณ์อย่างลืมขอบคุณนะครับ 
    • อย่าลืมขอถ่ายภาพบ้าน  และสถานที่บริหารจัดการขยะ (ถ้ามี) เพื่อนำไปเป็นตัวอย่าง (หากเขายินดี)
  • นิสิตสามารถกรอกข้อมูลลงในแบบสอบถามก่อน แล้วค่อยมากรอกลงใน Google Form ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfh_v2DeZ0VBGgjOS4_S2-oTRA5VryGCcRUvah6ylKuK3zRow/viewform
  • หรือจะสัมภาษณ์และกรอกลงใน Google Form โดยตรงได้เลย  
ข้อมูลและชิ้นงาน

  • ข้อมูลใน Google Form ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ  พร้อมกับแบบสอบถาม (กรณีกรอกลงแบบสอบถามก่อน)
  • แผนที่แสดงหมายเลขสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งอาจวาดขึ้นใหม่ (ในกรณีที่แผนที่เล็กเกินไป) พร้อมรายละเอียด (หมายเหตุ) เพิ่มเติม กรณีที่ไม่มีการใช้ประโยชน์หรือไม่มีผู้อยู่อาศัย 
  • ภาพถ่ายแต่ละหลัง (อัพโหลดลงใน google form เลย ตามข้อที่กำหนด) โดยต้องตั้งชื่อตามวิธีที่กำหนด
  • ภาพถ่ายการลงพื้นที่ และรายชื่อผู้ลงพื้นที่ 

คำถามที่พบบ่อย
  • ถ้าไม่มีคนอยู่บ้าน ให้ข้ามเลยไหม?  ....   จำเป็นต้องได้ข้อมูลทุกบ้านที่มีผู้อยู่อาศัยครับ เพราะ คนคือผู้ก่อขยะ  จำนวนคนที่อาศัยในสิ่งก่อสร้างคือข้อมูลสำคัญ 
  • ถ้ากำลังก่อสร้าง ไม่มีผู้อยู่อาศัย ให้กรอกข้อมูลอย่างไร..... ไม่ต้องกรองในแบบสอบถาม  ให้เขียนสรุปรายละเอียดของหลังนั้นไว้ว่า หลังหมายเลขใด  มีลักษณะอย่างไร และระบุว่าสภาพไว้พอสังเขป เช่น  กำลังก่อสร้าง ปิดป้ายประกาศขาย เป็นต้น 
ขอขอบคุณและอนุโมทนากับนิสิตทุกคนครับ เรากำลังเดินทางสู่ชุมชนต้นแบบการจัดการขยะรอบ ๆ มหาวิทยาลัย ... ไปด้วยกันครับ 






วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๕๐๐๑ หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ๒-๒๕๖๑ (๔) หลักสูตรเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมจัดโครงการผสาน "บวร" บริหารจัดการขยะ อบต.หนองแสง

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ หลักสูตรเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ นิสิต+อาจารย์ร่วม ๑๐๐ คน เข้าพื้นที่บริการชุมชนบ้านโพธิ์กลาง อบต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม เป็นการคืนข้อมูลการศึกษาการบริหารจัดการขยะสู่ชุมชน ภายใต้ชื่อโครงการ "ผสานต้นทุนสังคมวัฒนธรรม บ้าน-วัด-โรงเรียน (บวร) เพื่อส่งเสริมกระบวนการจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายจากชุมชน"

ผู้มาร่วม

สมาชิกที่มาร่วมกิจกรรมวันดีนี้ มีคร่าว ๆ ดังนี้ ...  อาจมีมากกว่านี้หากสังเกตแบบครบกระบวการ (ผู้สนใจอาจติดตามรายงานโครงการจาก ผศ.ดร.อภิพงษ์ พุฒคำ หัวหน้าโปรเจ็คได้ครับ)
  • ท่านเจ้าอาวาสวัดบางโพธิ์ 
  • สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม
  • สิ่งแวดล้อมจังหวัด สำนักงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม (ทสจ.มหาสารคาม)
  • นายก อบต.หนองแสง  ผอ.กองการสาธารณสุข และทีม
  • ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. (อาสาพัฒนาหมู่บ้าน)
  • คุณพ่อกัมปนาท ศรีสุนทร ข้าราชการบำนาญ ปราชญ์ชาวบ้านผู้เป็นที่พึ่ง 
  • ชาวบ้านกว่า ๑๐๐ คน
  • คณาจารย์จากสาขาวิชา จำนวน ๕-๖ ท่าน 
  • นิสิตกว่า ๑๐๐ คน 
เป็นเวทีคืนข้อมูลสู่ชุมชนและขับเคลื่อนที่มีพลังมาก ๆ  เวทีหนึ่งครับ ... เสียดายที่ผมต้องเดินทางไปร่วมค่ายชมรมตามรอยเท้าพ่อต่อจากนั้น จึงไม่ได้อยู่เรียนรู้ร่วมด้วยตลอดงาน 

กระบวนการ

การบูรณาการกระบวนการศึกษาเพื่อพัฒนาชุมชน ทั้ง ๖ ขั้นตอน ได้แก่ ศึกษา วิเคราะห์ปัญหาความต้องการ วางแผนและจัดทำโครงการ ดำเนินโครงการ และ คืนข้อมูลสู่ชุมชน เป็นรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต้นแบบหนึ่งได้เลย ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ระยะทางห่างไกลมหาวิทยาลัยกว่า ๔๐ กิโลเมตร และวัตถุประสงค์จะให้นิสิตทุกคนได้มีประสบการณ์ลงพื้นที่ชุมชนด้วย

มีการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้า แล้วนำผลสรุปต่าง ๆ มานำเสนอในวันงาน ทำให้ได้ความรู้ที่สดใหม่ ใกล้ตัว

นอกจากการคืนข้อมูลแล้ว ยังมีผู้รู้ปราชญ์ชาวบ้านมาถ่ายทอดประสบการณ์ มีกิจกรรมฐานการเรียนรู้ ๔ ฐาน ได้แก่

  • 3Rs  (๓ช. คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ นำกลับมา ใช้ใหม่(รีไซเคิล))
  • ของเสียอันตราย
  • ปุ๋ยมูลไส้เดือน
  • การแยกพลาสติกขาย 

มีการแสดงการเซิ้งขยะอีสานสามัคคี การเปิดตลาดซื้อขายวัสดุรีไซเคิล จัดทำโรงแยกขยะ และมีพิธีเปิดผ้าคลุมป้าย เปิดใช้อย่างเป็นทางการด้วย


ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ 

ความรู้จาก คุณอรสา แก้วพา  หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ รักษาการ ผอ.กองการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม อบต.หนองแสง

  • การบริหารจัดการขยะเป็นหน้าที่โดยตรงของ อบต. โดยกองการสาธารณสุขฯ ของ อบต. 
  • ตอนนี้ อบต. หนองแสงมี ๒๘ หมู่บ้าน 
  • การจัดการขยะแบ่งตามลักษณะพื้นที่ได้ ๒ รูปแบบ คือ 
    • พื้นที่กึ่งเมือง ได้แก่ พื้นที่ที่รอยต่อติดกับเทศบาลอำเภอวาปี  ๑๑ หมู่บ้าน  จะมีรถเก็บขนขยะจาก อบต. ไปกำจัดที่บ่อขยะหนองปลิง 
    • พื้นที่ชนบท ในที่นี่้ก็คือ อบต.หนองแสง ๑๗ หมู่บ้าน  ไม่มีการเก็บขนขยะ ใช้วิธีการส่งเสริม รณรงค์ ให้คนในชุมชนบริหารจัดการขยะเอง โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ จาก อบต. อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน 
  • ตอนนี้มีหมู่บ้านต้นแบบในการจัดการขยะด้วยตนเองแล้ว ๒ หมู่บ้าน มีกองทุนจัดการขยะแล้ว ๗ กองทุน มีการรับซื้อขยะรีไซเคิลไปขายอย่างเป็นระบบ 
  • หมู่บ้านต้นแบบการจัดการขยะคือ หมู่ที่ ๑๘ หมู่บ้านหนองคุไชย และหมู่ที่ ๑๙ บ้านไชยทอง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศการบริหารจัดการขยะของจังหวัด ประจำปี ๒๕๖๐
  • หมู่ที่ ๒๐ บ้านโพธิ์ ที่เป็นเป้าหมายของหลักสูตรฯ นี้  ยังไม่ได้เป็นเป้าหมายของโครงการ/กิจกรรม จาก อบต. จึงเป็นการดีที่จะได้ขยายงานต่อไป 
ความรุ้จากสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม
  • นโยบายของจังหวัดคือ ให้จัดการขยะในครัวเรือนของตนเองก่อน อะไรที่จัดการในครัวเรือนไม่ได้ ค่อยเป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐเก็บขนและกำจัดต่อไป 
  • ปัญหาขยะที่สำคัญของชุมชนชนบท คือ ขยะมีพิษหรือขยะอันตราย และขยะติดเชื้อ
  • หากชุมชนต้องการการสนับสนุน ส่งเสริมใด ๆ  สามารถเขียนโครงการเสนอไปยังสิ่งแวดล้อมจังหวัดได้ 
ความรู้จากนักวิชาการ คณาจารย์มหาวิทยาลัย 
  • ใครมีหน้าที่ต้องจัดการขยะและของเสียอันตราย   ....   คำตอบ คือ  คนที่ก่อขยะและของเสียอันตราย ... หรือก็คือทุกคนนั่นเอง 
  • จากการสำรวจข้อมูลในชุมชน พบว่า คนส่วนใหญ่ตอบว่า "ชาวบ้าน"
  • (ท่านอาจารย์โต๋งให้ดูคลิปนี้ครับ)
  • การประเมินการพัฒนาด้านการจัดการขยะของครัวเรือน อาจแบ่งเป็น ๕ ระดับ  ... ทางหลักสูตรได้มอบหมายให้นิสิตลงพื้นที่ชุมชนเข้าสัมภาษณ์ แลประเมินให้กำลังใจด้วยการมอบ "ดาว" ตามระดับคุณภาพ เป็น ๕ ระดับ ดังนี้ 
    • มีการแยกวัสดุรีไซเคิล ให้ ๑ ดาว 
    • มีการแยกวัสดุอินทรีย์ เศษอาหาร หรือขยะเปียก ให้ ๑ ดาว
    • มีการแยกขยะทั่วไป ให้อีก ๑ ดาว 
    • มีการแยกขยะมีพิษหรืออันตราย ให้อีก ๑ ดาว 
    • มีวิถีชีวิตลดใช้พลาสติก ให้ ๑ ดาว  ....  แบบนี้ให้ ๕ ดาว 
  • ผลการสำรวจพบว่า กว่าร้อยละ ๘๐ ของกลุ่มตัวอย่าง  ได้ ๔ ดาว 
  • ผลสำรวจพบว่า 
    • ชาวบ้านกว่าร้อยละ ๙๐ บอกว่า เศษแก้วเป็นของเสียอันตราย  ...ซึ่งไม่ใช่ 
    • ชาวบ้านเข้าใจว่า หลอดไฟต้องทุบก่อนทิ้ง  ... เข้าใจผิด นำไปทิ้งเลย 
    • ชาวบ้านเข้าใจว่า รางหลอดไฟก็เป็นของเสียอันตราย ... เข้าใจผิด รางหลอดไฟไม่ใช่ของเสียอันตราย 
    • ชาวบ้านเกือบทั้งหมดเข้าใจว่า ภาชนะของของเสียอันตราย ต้องล้างก่อนนำไปทิ้ง ... ซึ่งเข้าใจผิด ห้ามล้างเด็ดขาด 
  • ของเสียอันตราย  คืออะไร มีอะไรบ้าง จะจัดการอย่างไร  
    • เศษแก้วเป็นของเสียอันตรายหรือไม่?  ....  ชาวบ้านกว่าร้อยละ ๙๐ บอกว่าเป็น แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่  (ชาวบ้านเข้าใจผิดเกือบหมด)
    • ของเสียอันตราย โดยทั่วไปทางราชการจะจัดเก็บคัดแยกด้วยถังสีส้ม 
    • ของเสียอันตรายได้แก่  สิ่งที่เป็นอันตราย สารเคมี และภาชนะที่บรรจุของเสียอันตรายเหล่านั้น 
    • ของเสียอันตรายแบ่งเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ 
      • กลุ่มถ่ายไฟฉายและแบตเตอรี่แห้ง ....  ให้นำไปทิ้งในถังส้ม (หรือถังแดง)
      • กลุ่มหลอดไฟ หลอดฟลูออเรสเซนท์ สารเคมีเปียก... เพราะมีสารเคมีอันตรายอยู่ภายใน
      • ยาปราบศัตรูพืช ... ห้ามล้าง ให้นำไปทิ้ง 
    • วิธีการดูว่าอันตรายหรือไม่ ให้ดูที่ข้างกล่อง ว่ามีสัญลักษณ์เหล่านี้อยู่หรือไม่  รูปไฟ รูปหัวกะโหลก รูปฟอง ฯลฯ

สารไวไฟ ติดไฟ

สารอันตราย ยาปราบศัตรูพืช สารพิษ

สารเคมีอันตราย 
  • ขยะทั่วไป ... จากการสำรวจชาวบ้าน 
    • ส่วนใหญ่ใช้วิธีการเผา ประมาณร้อยละ ๖๐ ที่เหลือใช้วิธีการฝังกลบและนำไปทิ้งที่อื่น  ซึ่งยังไม่ค่อยถูกหลักนัก 
    • การเผาจะทำให้เกิดสารพิษ ไม่ควรเผาเลย  
    • ควรจะลดปริมาณให้มากที่สุด ลดการใช้ถุงพลาสติก ให้ใช้ตะกร้าแทน ใช้ปินโตแทน ใช้ขวดน้ำไว้เติมได้ 
    • ตอนมีการจัดงาน งานบุญ งานทาน งานต่าง ๆ ในสถานที่ราชการ บ้าน วัด โรงเรียน ให้รณรงค์ อย่างจริงจัง ทั้ง "บ้าน วัด โรงเรียน"
    • ถ้ามีขยะแล้ว ไม่ต้องเผา และไม่ต้องฝัง แต่นำมาแยกล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง  แล้วนำไปขายได้ทั้งหมด 
    • (อ.โต๋ง ให้ดูคลิปเครื่องล้างขยะพลาสติก)

    • ส่วนคลิปด้านล่างนี้ คือ การวิจัยของ อาจารย์ที่ มทส. ในการเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน ...สนใจเชิญดูครับ 


ความรู้จากพ่อปราชญ์ประจำหมู่บ้านและท่านเจ้าอาวาส
  • บ้านวัดโรงเรียนต้องมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน
  • ท่านบอกว่าความสำเร็จเกิดได้ด้วยความร่วมมือ 
  • หมู่บ้านนี้ถือเป็นหมู่บ้านนักปราชญ์ มีครูกว่า ๘๐ คน ที่เป็นลูกหลานจากหมู่บ้านนี้ จากที่มีเพียงแค่ ๒๐๐ กว่าหลังคาเรือน  น่าจะเป็นหมุ่บ้านที่มีลูกหลานไปเป็นครูมากที่สุดในจังหวัด 
  • ดังนี้จึงได้รับความร่วมมือกับชุมชนอย่างเข้มแข็ง ร่วมพลังในการทำผ้าป่าสามัคคีทีใดก็ได้รับความร่วมมือร่วมใจกันเต็มที่ 
แนวปฎิบัติของชุมชนที่น่าเรียนรู้

  • มีการจุดธูปเทียน กราบไหว้ สวดมนต์ บูชาพระรัตนตรัยก่อน เริ่มพิธิี
  • เริ่มกล่าวแนะนำประธานฝ่ายสงฆ์ หรือ ผู้นำฝ่ายสงฆ์ก่อน 








ขอขอบพระคุณรูปภาพบรรยายกาศทั้งหมดจากท่าน ผศ.ดร.อภิพงษ์ พุฒคำ หัวหน้าโครงการ มากครับ 

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

รายวิชาศึกษาทั่วไป : ๐๐๓๕๐๐๑ หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ๒-๒๕๖๑ (๓) "บ่อขยะหนองปลิง"

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ระหว่างทางกลับ (จากไปเชียร์ทีมสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและการจัดการ จัดโครงการผสาน "บวร" บริหารจัดการขยะของชุมชน หมู่ ๑๐ อบต.ตำบลหนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม ณ วัดบ้านโพธิ์ ของนิสิตที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา ๐๐๓๕๐๐๑ หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน)  ผมแวะบ่อขยะหนองปลิง เผื่อว่าจะไปทันกิจกรรมของคณะบัญชีและการจัดการ ที่นำนิสิต ๒๐๐ คน มาทัศนศึกษาเกี่ยวกับปัญหาขยะที่บ่อขยะหนองปลิง ... นั่งคุยกับน้องหญิงคนหนึ่งจากชุมชนใกล้กองขยะอยู่นาน ... ได้ความรู้มากมาย เอามาเล่าให้ฟังครับ 

แม้ว่าจะไม่ได้ไปขบวนทัศนศึกษา ณ สถานนีกำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลเมืองมหาสารคาม แต่ท่านอาจารย์เบญจาและอาจารย์ฝน (fon sonthiprasat) ก็ได้แท็กรูปมาทางเฟส  (ขอถือวิสาสะนำมาเผยแพร่ที่นี่อีกช่องหนึ่งนะครับ)





  • บ่อขยะหนองปลิง เป็นเขตพื้นที่จัดการขยะของเทศบาลเมืองมหาสารคาม มีเนื้อที่ทั้งหมด ๔๙ ไร่ ตอนนี้มีปริมาณขยะสะสมสูงเป็นภูเขาย่อม ๆ อย่างที่เห็นในภาพ 
  • ทุก ๆ วัน จะมีปริมาณขยะมาจากเทศบาลประมาณ ๖๐ ตัน จากพื้นที่ใกล้เคียงอีกประมาณ ๓๐ -๔๐ ตัน รวม ๆ ก็จะประมาณ ๑๐๐ ตันต่อวัน 
จากการสอบถามสนทนา ได้ความว่า 
  • บ่อขยะแห่งนี้ใช้วิธีการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบ ขณะนี้มีแผนจะให้ทางเอกชนเข้ามาสร้างโรงเผาขยะ จึงไม่เห็นการฝังกลบขยะ ปริมาณขยะจึงเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 
  • จะมีโรงงานเผาขยะเป็นแน่ในอีก ๔-๕ ปีข้างหน้า ... แต่ปัญหาคือ ขยะ ๔ ปีนับจากนี้จะจัดการอย่างไร
  • เพราะลมไปทางทิศใด ก็จะนำกลิ่นขยะพัดไปด้วย  และเมื่อฤดูฝนมา น้ำเสียจากกองขยะก็จะเป็นปัญหาหนัก ... 

  • อาชีพเก็บขยะขาย
    • รอรถขยะมาเท 
    • เข้าไปแยกขยะรีไซเคิลมัดไว้เป็นถุง ๆ กอง ๆ ไว้   บางคนแยกระเอียดเลยเป็นถุง ๆ  บางคนแยกหยาบรวมถุงไว้ก่อน ค่อยเหมารถขนไปในที่คัดแยกละเอียดอีกครั้ง 
    • ได้ปริมาณรถเมื่อไหรก็จ้างขนไปขายโรงรับซื้อ  ... รายได้พออยู่ได้ 
    • ปัญหาคือ ต้องฝ่าความเหม็นและเสี่ยงสกปรกจากเชื่อโรค 


  • มัดไว้เป็นถุง ๆ รอนำไปจำหน่าย 


  • แยกเสร็จ เจ้าหน้าที่จะนำรถแทรคเตอร์ แมคโฮล โกยขึ้นไป รอการฝังกลบต่อไป  


  • ทำเป็นอาชีพเสริม ทำทั้งครอบครัว สืบต่อกันรุ่นสู่รุ่น (ความเคยชินทำให้ไม่รู้สึกลำบากและเหม็น) 
  • บางคนที่นี่มีชีวิตอยู่บนกองขยะมาแล้วกว่า ๓๐ ปี 
  • บางคนที่มีชีวิตอยู่กับกองขยะ สามารถส่งเสียลูกหลานเรียนสูงจนจบระดับปริญญาตรี 
ผมถามว่า ถ้าทุกแยกขยะกันหมด  จะทำลายอาชีพนี้ไปไหม ... ได้คำตอบว่า ไม่มีทางหมด ขยะที่เห็นนำมาทิ้งให้แยกทั้งวันนี้ ได้ผ่านการแยกที่กองมาก่อน และมาแยกก่อนขึ้นรถเก็บขนอีก ขยะมาจากหลากหลายที่ ยากที่จะทำให้คนคัดแยกขยะทั้งหมด 

ผมโยนหินว่า ถ้าทางหน่วยงานของรัฐท่ี่รับผิดชอบ สร้างโรงคัดแยกขยะที่ได้มาตรฐานขึ้น แล้วจ้างให้เข้าทำงานด้วยเงินเดือนราคาถูก จะทำหรือไม่ ... ไม่มีคำตอบจากเธอ... ผมคิดว่า เพราะเธอไม่เชื่อว่าจะผู้บริหารคนใดทำได้แบบนั้น.....

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ร่วมด้วยช่วยพัฒนาชุมชนต้นแบบ (๑) : เทศบาลตำบลท่าขอนยาง: (๑) การบริหารจัดการขยะ_๐๒: การประชุม (ว่าที่) อนุกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการปัญหาขยะของเทศบาลฯ

วันนี้ (วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒) มีการประชุมกลุ่มย่อย (ว่าที่) คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะของเทศบาลตำบลท่าขอนยาง สืบเนื่องตามมติที่ประชุมคณะทำงานบริหารจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลของเทศบาลฯ (ผมเขียนรายงานไว้ในบันทึกแรก...คลิกที่นี่) ... คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่ได้มีหนังสือแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ และอาจจะมีคณะทำงานท่านอื่น ๆ อีก มากกว่าที่จะมาร่วมในวันนี้

ทุกอย่างเรียบง่ายและมีพลังมาก ๆ เมื่อนายกเทศมนตรีท่านเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ มาลุยทำนำประชุมด้วยตนเอง สมาชิกที่มาระดมสมองกำหนดแผนปฏิบัติวันนี้ เป็นบุคคล ๒ กลุ่ม ๔ ทีม
  • กลุ่มที่ ๑ คือบุคลากรของเทศบาลฯ (๕ ท่านจากทั้งหมดที่นี่)
    • นายกเทศมนตรีฯ นายสมชาติ บุตราช 
    • ปลัดเทศบาลฯ นายมานพ นนศรีลาด 
    • รองปลัดเทศบาลฯ ดร.ศศิธร ดีระดา
    • ผอ.กองการสาธารณสุขฯ ผอ.สุดา เหล่าโผน
    • นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นางสาวอรพรรณ ภูผิวเมฆ 
  • กลุ่มที่ ๒ คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 
    • ดร. ธนายุทธ ไชยธงรัตน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  ท่านทำทางวิศวกรรมโยธา 
    • อาจารย์ประสิทธิ์ สว่างศรี สถาปัตยกรรมเมืองและชุมชน ออกแบบชุมชนเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ 
    • อาจารย์เมทินี โคตรดี ภูมิสถาปัตยกรรม และ บริหารจัดการสิ่งแวดล้อม 
    • อาจารย์กฤต จันทรสมัย คณะวิศวกรรมอุตสาหการ  ท่านทำวิจัยเรื่องเส้นทางการขนส่ง
    • อาจารย์ ดร.สริญญา ศาลางาม คณะวิศวกรรมศาสตร์ (ท่านติดภารกิจสำคัญ และผมเองประสานท่านไปกระชั้นเกินไป)
    • ดร.ฤทธิไกร ไชยงาม รองผู้อำนวยการสำนักศึกษาทั่วไป ในฐานะผู้ประสานงานรายวิชาหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน 
  • ๔ ทีมได้แก่ ๑) ทีมเทศบาลนำโดยท่านนายกฯ ๒) ทีมสถาปัตย์ ท่านมีแผนจะมาออกแบบ ทำวิจัย และพัฒนาชุมชนรอบมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ๓) ทีมจากวิศวะ ท่านจะมาออกแบบ วิจัย และพัฒนาเส้นทางการเก็บขนขยะของเทศบาลฯ และ ๔) ทีมประสานการรับรู้ไปสู่นิสิต โดยใช้กลไกของรายวิชาศึกษาทั่วไป 
การประชุมดำเนินไปด้วยความเข้มข้น เพราะเป็นครั้งแรกที่คณาจารย์จากทั้ง ๓ คณะและหลากหลายสาขา ได้มาเจอกัน และเพิ่งจะประชุมร่วมกับทีมทางเทศบาลฯ จึงใช้เวลาแชร์ข้อมูล ความเป็นมา และความก้าวหน้าต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มระดมสมองกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป 




สรุปประเด็นหลัก ๆ และความก้าวหน้าสำคัญ ๆ ได้ดังนี้ครับ 
  • วันที่ ๒๖-๒๗ ก.พ. นี้ เราจะได้แผนที่จากการประปาส่วนภูมิภาค สาขามหาสารคาม ซึ่งเมื่อวานนี้ ทีมสถาปัตย์และ ผอ.สุดา ได้ลงพื้นที่ไปยื่นขอแล้ว 
  • แผนการดำเนินการของอนุกรรมการชุดนี้ แบ่งเป็นคร่าว ๕ ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ง
    • ๑) ศึกษาสำรวจข้อมูล มี ๓ ขั้นตอนย่อย ได้แก่
      • เตรียมการลงสำรวจ ต้องเตรียมสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้  
        • แผนที่(เดินดิน)ละเอียด ฉบับการประปา (ทีมสถาปัตย์)
        • เส้นทางการสำรวจ (เส้นทางที่พบขยะ ทั้งที่เก็บขนและไม่ได้เก็บขน) (ทีมวิศวะ)
        • ผู้สำรวจ (คือ นิสิต)
        • ผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ก่อนลงสำรวจ  (ทีมเทศบาล)
        • แบบสอบถาม 
    • ๒) ออกแบบและวางแผน ... ทีมคณะอนุกรรมการฯ 
    • ๓) ดำเนินการ คือ เก็บขนตามแผน กำจัดขยะเปียกตามแผน รณรงค์ สร้างการรับรู้ ฯลฯ
    • ๔) ประเมินผล... ทีมเทศบาลฯ และทีมสถาปัตย์
    • ๕) รายงานผล... ทีมเทศบาลฯ และทีมสถาปัตย์
  • ปัจจุบันเส้นทางการเก็บขนขยะของเทศบาล แบ่งเป็น ๓ โซน ดังแผนภาพ  เราจะเริ่มกันศึกษาสำรวจ Zone 3 ก่อน 
  • เราแบ่งงานกันดังนี้ครับ 
    • ทีมคณาจารย์สถาปัตย์ จะเป็นผู้ออกแบบรายละเอียดงานการสำรวจ และออกแบบสอบถาม น่าจะได้ข้อมูลในวันที่ ๒๖-๒๗ กุมภาพันธ์นี้ 
    • ทีม อ.กฤต จะพานิสิต ลงพื้นที่ Mapping GPS ตามเส้นทางเก็บขนขยะในโซนที่ ๓ ภายในวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ นี้ 
    • ทั้งสองทีมจะนำข้อมูลมารวมกัน และหารือวางแผนการลงพื้นที่ร่วมกันในวันที่ ๒๗ ในที่ประชุมทีม (เทศบาลฯ)
    • วันที่ ๒๘ เวลา ๑๗.๐๐ น.  เราจะนัดหมายและซักซ้อมวิธีการลงพื้นที่สำรวจ และรายละเอียดของแบบสอบถาม กับนิสิตที่กำลังเรียนวิชา ๐๐๓๖๐๐๖ ภาวะผู้นำ จำนวนประมาณกว่า ๑๐๐ คน ณ ห้อง AR201 
    • ช่วงวันที่ ๑-๓ มีนาคม ทีมนิสิตผู้สำรวจจะลงพื้นที่สำรวจ โดยกรอกข้อมูลแบบสอบถามผ่านระบบอินเตอร์เน็ตด้วย Google Form 
    • วันที่ ๘ มีนาคม  เพื่อดูผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากทีมวิจัยของสถาปัตย์ครับ 

ผมรู้สึกมีพลัง รู้สึกขอบคุณทีมเทศบาลและคณาจารย์ทุกท่าน ทั้งทางคณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ ที่กำหนดนโยบายที่จะมาช่วยวิจัยและพัฒนาปัญหานี้ ขอบคุณ อ.กฤต และ อ.หริน ที่แม้จะไม่ได้มา แต่ก็อาสาว่าอยากจะมาช่วย ขอขอบคุณท่านนายกฯ ผอ.สุดา และปลัดมานพ ที่ไว้ใจและให้โอกาสคณาจารย์ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับงานของเทศบาลฯ